ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Dewing LightingPROFESSIONAL ELECTRICAL SERVICES
เมนูหลัก
096-818-0795
Line ID: dewing.light
มาตรฐาน IP Rating คืออะไร? เลือกโคมไฟภายนอกอย่างไรให้ทนแดด ทนฝน พายุเข้าก็ไม่พัง
ย้อนกลับ

มาตรฐาน IP Rating คืออะไร? เลือกโคมไฟภายนอกอย่างไรให้ทนแดด ทนฝน พายุเข้าก็ไม่พัง

10/3/2569| Adminสาระน่ารู้

มาตรฐาน IP Rating คืออะไร? เลือกโคมไฟภายนอกอย่างไรให้ทนแดด ทนฝน พายุเข้าก็ไม่พัง

การเลือกโคมไฟสำหรับใช้งานภายนอกอาคาร ไม่ว่าจะเป็นไฟส่องสว่างในสวน ไฟถนน หรือไฟติดผนังหน้าบ้าน สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่แค่ความสวยงาม แต่คือ "มาตรฐาน IP Rating" ครับ เพราะนี่คือดัชนีที่จะบอกว่าโคมไฟตัวนั้นจะอยู่รอดจากสภาพอากาศเมืองไทยที่ทั้งร้อนจัดและฝนกระหน่ำได้นานแค่ไหน

IP Rating คืออะไร?

IP ย่อมาจาก Ingress Protection Rating คือมาตรฐานสากลที่ใช้ระบุระดับการป้องกันจาก "ของแข็ง" (ฝุ่น) และ "ของเหลว" (น้ำ) โดยจะมีตัวเลข 2 หลักตามหลังเสมอ เช่น IP65

  1. ตัวเลขหลักแรก (0-6): บอกระดับการป้องกัน ฝุ่นและของแข็ง

    • เลข 6 หมายถึง ป้องกันฝุ่นได้อย่างสมบูรณ์ (Dust Tight)

  2. ตัวเลขหลักที่สอง (0-9): บอกระดับการป้องกัน น้ำ

    • ยิ่งเลขสูง ยิ่งทนแรงดันน้ำหรือการแช่น้ำได้ดีขึ้น


 

เลือก IP เท่าไหร่ ให้เหมาะกับจุดติดตั้ง?

เพื่อให้คุณเลือกซื้อโคมไฟได้คุ้มค่าและปลอดภัยที่สุด นี่คือเกณฑ์การเลือกตามตำแหน่งการใช้งานครับ:

1. ใต้ชายคา หรือพื้นที่กึ่งภายนอก (IP44)

เหมาะสำหรับโคมไฟกิ่งติดผนังหน้าบ้าน หรือไฟเพดานระเบียงที่มีหลังคาคลุม

  • ความสามารถ: ป้องกันแมลงและฝุ่นขนาดใหญ่ได้ และทนต่อละอองน้ำหรือฝนสาดได้เล็กน้อย

2. พื้นที่กลางแจ้ง สัมผัสฝนโดยตรง (IP65 - IP66)

เหมาะสำหรับ ไฟถนน, โคมไฟฟลัดไลท์ (Floodlight), หรือไฟส่องป้าย

  • ความสามารถ: ป้องกันฝุ่นได้ 100% และทนต่อสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก รวมถึงแรงดันน้ำจากหัวฉีดล้างทำความสะอาดได้สบายๆ พายุเข้าก็ยังทำงานได้ปกติครับ

3. ไฟปักสนาม หรือวางบนพื้นดิน (IP67)

เหมาะสำหรับโคมไฟทางเดินในสวนที่อาจมีน้ำขังชั่วคราวเวลาฝนตกหนัก

  • ความสามารถ: สามารถจมอยู่ในน้ำได้ชั่วคราว (ระดับความลึกไม่เกิน 1 เมตร) โดยที่น้ำไม่เข้าภายในตัวโคม

4. ไฟในสระน้ำ หรือน้ำพุ (IP68)

  • ความสามารถ: ออกแบบมาเพื่อใช้งานใต้น้ำโดยเฉพาะ สามารถแช่น้ำได้ตลอดเวลาภายใต้แรงดันที่ระบุ


ทำไมต้องเลือก IP ให้ตรงสเปก?

  • ป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร: หากใช้อุปกรณ์ที่ค่า IP ต่ำในที่กลางแจ้ง น้ำจะซึมเข้าสู่ขั้วหลอดและวงจรภายใน ทำให้ไฟช็อตและเสียหายได้

  • ความทนทาน: ของที่ค่า IP สูง มักจะมีการซีลยาง (Gasket) และวัสดุที่ทนทานต่อการกัดกร่อนได้ดีกว่า ทำให้ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย

  • ประหยัดค่าซ่อมบำรุง: ลดปัญหาหลอดไฟ "ตุย" ก่อนเวลาอันควรจากความชื้นสะสมภายในตัวโคม


สรุป

ก่อนตัดสินใจซื้อโคมไฟภายนอกทุกครั้ง อย่าลืมเช็คสเปกข้างกล่องหรือสอบถามผู้ขายว่ามีค่า IP Rating เท่าไหร่ เพื่อให้มั่นใจว่าเงินที่คุณจ่ายไป จะได้ความสว่างที่คุ้มค่าและปลอดภัยต่อสมาชิกในบ้านในระยะยาวครับ

Line Official
Facebook Messenger
ส่งอีเมล