
กระทรวงคมนาคมได้เริ่มดำเนินนโยบายบริหารจัดการแสงสว่างบนทางหลวงชนบทอย่างเป็นรูปธรรม โดยเน้นการลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็นโดยไม่กระทบต่อสวัสดิภาพของผู้ใช้รถใช้ถนน สรุปใจความสำคัญที่คนดูได้ประโยชน์ดังนี้ครับ:
1. การปรับลดอย่างมีกลยุทธ์ (Selective Dimming)
นโยบายนี้ไม่ได้หมายถึงการ "ปิดไฟทิ้ง" ทั้งหมด แต่เป็นการคัดเลือกพื้นที่และช่วงเวลาอย่างเหมาะสม:
-
พื้นที่เป้าหมาย: เลือกจุดที่มีความเสี่ยงต่ำ ปริมาณจราจรน้อยในช่วงดึก และไม่มีสถิติอุบัติเหตุซ้ำซ้อน
-
การลดระดับแสง: ในช่วงเวลาหลังเที่ยงคืน (Off-peak) อาจมีการลดระดับความสว่างลง 30-50% ผ่านระบบ Smart Control แทนการดับสนิท
2. การนำอุปกรณ์สะท้อนแสงมาใช้แทน (Passive Safety)
ในจุดที่ลดจำนวนหลอดไฟหรือความสว่างลง รัฐจะมีการเสริมมาตรการความปลอดภัยด้วยอุปกรณ์ที่ไม่ใช้ไฟฟ้า:
-
ติดตั้ง ป้ายจราจรสะท้อนแสง เกรดสูง (High Intensity Grade) เพื่อให้เห็นเส้นทางชัดเจนจากไฟหน้ารถ
-
เพิ่มการติดตั้ง หมุดสะท้อนแสง (Road Studs) และการตีเส้นจราจรให้คมชัดมากขึ้น
3. การเปลี่ยนสู่ระบบ LED และ Solar Cell
หัวใจสำคัญของแผนประหยัดพลังงานคือการโละหลอดไฟแบบเก่า (Sodium/HPS) ออก:
-
หลอด LED: ให้ความสว่างที่สูงกว่าแต่กินไฟน้อยลงกว่าเดิม 50-60%
-
Solar Street Light: ในพื้นที่ห่างไกลหรือจุดที่ลากสายไฟยาก จะมีการเปลี่ยนไปใช้ไฟถนนโซลาร์เซลล์แบบ 100% เพื่อลดค่าไฟในระยะยาว

ประโยชน์ที่ประชาชนได้รับ
-
งบประมาณแผ่นดิน: การลดค่าไฟฟ้าถนนช่วยให้รัฐมีงบประมาณไปซ่อมบำรุงผิวจราจรหรือปรับปรุงจุดเสี่ยงอื่นๆ ได้มากขึ้น
-
ลดมลภาวะทางแสง (Light Pollution): ช่วยลดแสงรบกวนต่อระบบนิเวศและการพักผ่อนของชุมชนริมทาง
-
ความยั่งยืน: เป็นการขับเคลื่อนตามนโยบายพลังงานสะอาดของโลก



